Create a Joomla website with Joomla Templates. These Joomla Themes are reviewed and tested for optimal performance. High Quality, Premium Joomla Templates for Your Site

  • ทำความรู้จัก...ศูนย์ชาน้ำมันกันเถอะ!!

    ทำความรู้จัก...ศูนย์ชาน้ำมันกันเถอะ!!

    จากแนวพระราชดำริ ดังกล่าว สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้จัดสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาชาและพืชน้ำมัน ขึ้นบนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน  อ.แม่สาย จ.เชียงราย ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันได้เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี พ.ศ. 2554

    Read more

  • ชาน้ำมัน (Camellia oleifera Abel)

    ชาน้ำมัน (Camellia oleifera Abel)

    ชาน้ำมันมีถิ่นกำเนิดในมณฑลทางใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม ชาน้ำมัน คือพืช สกุลชา (Camellia L.) วงศ์ Theaceae ที่สามารถนำเอาเมล็ดแห้งมาบีบสกัดน้ำมัน เพื่อใช้ในการบริโภค มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia oleifera Abel โดยเฉพาะทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการบริโภคน้ำมันที่ได้จากเมล็ดชามาช้านาน

    Read more

  • บทความที่น่าสนใจ

    บทความที่น่าสนใจ

    บทความทั่วไป

    บทความต่างๆที่น่าอ่านเนื้อหา
    ครอบคลุมเรื่องราวที่น่าสนใจ

    สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

    Read more

  • งานวิจัย

    งานวิจัย

    งานวิจัย

    รวบรวมบทความงานวิจัยและบทความืางวิชาการเกี่ยวกับชาน้ำมันและพืชน้ำมัน

    Read more

research

ชาน้ำมัน (Camellia oleifera Abel)

ชาน้ำมันมีถิ่นกำเนิดในมณฑลทางใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม ชาน้ำมัน คือพืช สกุลชา (Camellia L.) วงศ์ Theaceae ที่สามารถนำเอาเมล็ดแห้งมาบีบสกัดน้ำมัน เพื่อใช้ในการบริโภค มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia oleifera Abel โดยเฉพาะทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการบริโภคน้ำมันที่ได้จากเมล็ดชามาช้านาน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น - ชาน้ำมันเป็นไม่พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสาก
ใบ – เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เหนียวและเป็นมัน ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยถี่ ฐานใบอบเรียว ปลายใบแหลม
ดอก - เป็นดอกสมบูรณ์เพศออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 2-3 ดอก บริเวณซอกใบดอกบานขนาดผ่านศูนย์กลาง 4-8 ซม.กลีบดอก 5-9 กลีบ มีสีขาว ปลายกลีบมนและหยักเว้า ออกดอกช่วงกลางเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน
ผล - เป็นผลแห้งชนิดแตกได้ (loculicidal capsule) รูปทรงกลม ขนาดผ่านศูนย์กลาง 2-5 ซม เมื่อแก่จะแตกออกจากบริเวณปลายผลเป็นแฉก 3-4 ส่วน แต่ละส่วนจะมีเมล็ด 1-5 เมล็ด

 

การใช้ประโยชน์

น้ำมันเมล็ดชาเป็นที่รู้จักในประเทศจีนนานกว่า 1,000 ปี มาแล้ว เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่ด้อยไปกว่าน้ำมันมะกอก และไม่มีกรดไขมันทรานส์ ซี่งทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้น้ำมันชายังมีกรดไขมันอิ่มตัวซึ่งไม่ดีต่อร่างกายต่ำ ในขณะที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว หรือกรดโอเลอิก (กรดโอเมก้า 9) สูงถึงประมาณ 87-81% กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (กรดโอเมก้า 6) ประมาณ 13-28% และ กรดแอลฟาไลโนเลอิก (กรดโอเมก้า 3) ประมาณ 1-3% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเหล่านี้สามารถช่วยลดระดับ LDL (คลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี) และเพิ่มระดับ HDL (คลอเรสเตอรอลชนิดดี) ในร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคอัมพาต โรคความดัน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้ จึงดีต่อสุขภาพของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ

นอกจากน้ำมันชาจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูงอย่างวิตามินอีและสารคาเทชิน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำมันให้นานขึ้น น้ำมันชายังมีจุดเดือดเป็นควันสูงถึง 252 องศาเซลเซียส (486 ฟาเรนไฮต์) ทำให้สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทอดหรือการผัดในอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก หรือเป็นส่วนผสมของน้ำสลัดหรือซอสหมักเนื้อสัตว์

ประโยชน์อื่นๆ ของน้ำมันชา

นอกจากจะใช้ในการบริโภคและประกอบอาหารแล้ว น้ำมันชายังสามารถนำไปผลิตเป็นเครื่องสำอางค์บำรุงเส้นผมและผิวพรรณต่างๆ เช่น ครีมและโลชั่นบำรุงผิว ครีมกันแดด สบู่ ยาสระผม หรือผสมกับน้ำมันหอมระเหย จากการวิจัยน้ำมันจากเมล็ดชาเพื่อประโยชน์ทางเครื่องสำอางพบว่า โลชั่นที่ผสมน้ำมันชา 5% และ 10% ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น รวมถึงลดความหยาบกร้านและริ้วรอยบนผิวของผิวอาสาสมัครได้ใน 8 สัปดาห์ รวมถึงได้รับการยอมรับจากอาสาสมัครในระดับที่น่าพอใจ โดยประสิทธิภาพที่ได้จะใกล้เคียงกับน้ำมันแร่ กากเมล็ดชา (Tea seed meal) ที่ได้จากการหีบน้ำมันออกแล้วจะมีลักษณะเป็นแผ่นแบน (Tea seed cake) มีสารซาโปนินส์ประมาณ 11-18% เป็นส่วนประกอบ สารตัวนี้สามารถนำไปใช้เป็นสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟอง ใช้ในผลิตน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ รวมถึงน้ำยากำจัดศัตรูพืช หอยเชอรี่ในนาข้าว

พื้นที่ปลูกดำเนินการปลูกชาน้ำมัน

  1. พื้นที่บริเวณหมู่บ้านปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายพื้นที่จำนวน 1,446 ไร่ จำนวน 296,740 ต้น
  2. พื้นที่ในโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่จำนวน 233 ไร่ จำนวน 39,430 ต้น
  3. พื้นที่บริเวณหมู่บ้านปูนะ จังหวัดเชียงราย พื้นที่จำนวน 2,010 ไร่ จำนวน 419,893 ต้น
  4. พื้นที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (โป่งน้อย) อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่จำนวน 9 ไร่ จำนวน1,602 ต้น
  5. พื้นที่แปลงชาน้ำมัน บ้านโปง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่จำนวน 15 ไร่  จำนวน 2,200 ต้น
  6. พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่จำนวน 8 ไร่  จำนวน 2,046 ต้น
  7. พื้นที่บริเวณสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ พื้นที่จำนวน 1 ไร่ จำนวน 88 ต้น รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 3,683 ไร่  จำนวน 954,378 ต้น