Create a Joomla website with Joomla Templates. These Joomla Themes are reviewed and tested for optimal performance. High Quality, Premium Joomla Templates for Your Site

  • งานวิจัยแปลงปลูก

    งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

  • งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์

    งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

    งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

ไนเจอร์ (Niger)

 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Guizotia abyssinica
สกุล: Guizotia
วงศ์: Asteraceae
ชื่อสามัญ: noog/nug, niger, nyger, nyjer, niger seed, ramtil (ramtilla), inga seed, blackseed.

ไนเจอร์ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสูงประมาณ 1.4 เมตร มีดอกสีเหลืองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 15-50 มิลลิเมตร ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ปลูกได้ในดินหลายประเภท และเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่า pH ระหว่าง 5.2 และ 7.3 ซึ่งไนเจอร์เป็นพืชน้ำมัน เช่นเดียวกับดอกทานตะวัน ในประเทศเอธิโอเปียและอินเดียมีการปลูกไนเจอร์ เพื่อนำเมล็ดมาผลิตเป็นน้ำมันสำหรับการบริโภคและการส่งออก ไนเจอร์ถือได้ว่าเป็นพืชน้ำมันที่มีความสำคัญ ซึ่งในประเทศเอธิโอเปียและประเทศอินเดียมีการผลิตน้ำมันเมล็ดไนเจอร์กันอย่างแพร่หลาย เมล็ดไนเจอร์ที่ปลูกได้ในประเทศอินเดียส่วนใหญ่ถูกนำไปสกัดเป็น น้ำมันเพื่อใช้ในการบริโภคและส่งออก นอกจากน้ำมันแล้วยังมีการส่งออกเมล็ดไนเจอร์เพื่อใช้เป็นอาหารนกไปขายยังต่างประเทศ ได้แก่ อเมริกา ยุโรป อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เป็นต้น

คุณสมบัติน้ำมันเมล็ดไนเจอร์

 ในเมล็ดไนเจอร์มีปริมาณน้ำมันมากถึง 30-50% โดยน้ำหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและความสมบูรณ์ของเมล็ด น้ำมันเมล็ดไนเจอร์มีสีเหลืองอ่อนใส คุณภาพของน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐานประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องน้ำมันและไขมัน น้ำมันเมล็ดไนเจอร์เป็นแหล่งของกรดไขมันที่จำเป็น ได้แก่ โอเมก้า 9 ร้อยละ 4.8-8.3 โอเมก้า 6 ร้อยละ 74.8-79.1 และยังพบโอเมก้า 3 ร้อยละ 0.0-0.9 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี หรือ โทโคเฟอรอล (Tocopherol) 720-935 ไมโครกรัมต่อน้ำมัน 1 กรัม และยังพบสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่ม Beta-sitosterol 38-43% ของ sterol ทั้งหมด ทั้งนี้ปริมาณของสารสำคัญเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่การเพาะปลูกด้วย(1)  จากรายงานการวิจัยในประเทศแถบยุโรปพบว่าน้ำมันเมล็ดไนเจอร์สามารถลดระดับ LDL ในเส้นเลือดได้ถึงร้อยละ 15
น้ำมันไนเจอร์มีดีอย่างไร
วิตามินอี หรือโทโคเฟอรอล (Tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน วิตามินอีมีลักษณะเป็นน้ำมันสีเหลืองละลายได้ดีในน้ำมันและไขมัน วิตามินอีมีหลายชนิด แต่วิตามินอีชนิด แอลฟา-โทโคเฟอรอล (alpha-tocopherol) เป็นชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด

 

 

ประโยชน์ของวิตามินอี

ช่วยลดการเกิดกระบวนการออกซิเดชันของไขมันชนิด LDL (Low Density Lipoprotein) ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดีในเลือดที่จะมีผลทำให้เส้นเลือดเกิดความเสียหายอย่างมาก และช่วยลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด (Platelet Aggregation) ส่งผลให้ “ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น และยังช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงหลอดเลือดสมอง” ต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ (Potent Antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระ จึง“ช่วยชะลอความแก่ได้” ช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (Stabilize) ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ หลอดเลือด และเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง

Beta-sitosterol

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (LDL) ในเส้นเลือด และความดันในเส้นเลือด
  • ช่วยป้องกันการเกิดปัญหาต่อมลูกหมากโต

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. A. Getinet and S.M. Sharma, Niger Guizotia abyssinica (L. f.) Cass., International Plant Genetic Resources Institute, (1996) : 6-44.
  2. Agricultural Situation in India.
  3. Weststrate J. and Meijer G., Plant sterol-enriched margarines and reduction of plasma total- and LDL cholesterolconcentrations innormocholesteroaemic and mildy hypercholesterolaemic subjects. Eur. J. Clin. Nutr. (1998), 52: 334-343.